วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เทคนิกการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างและสีผิว

เทคนิคการเลือกเสื้อผ้า
ให้เหมาะกับรูปร่างและสีผิว

วิธีและเคล็ดลับการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างและสีผิวมีดังนี้
1. “เส้น” และ “สี” จะช่วยหลอกตาได้  สีอ่อนจะให้ความรู้สึกกว้าง ส่วนสีเข้มจะให้ความรู้สึกแคบ ลายขวางจะทำให้ดูกว้าง และลายดิ่งจะทำให้ดูสูงขึ้น
2.  ถ้าผู้หญิงที่มีช่วงอกใหญ่ ถ้าใส่เสื้อเชิ้ตให้แก้ไขโดยการปลดกระดุมเสื้อให้ลึกแต่ไม่โป๊ เพื่อเผยให้เห็นผิวเยอะที่สุด อาจสวมเสื้อแจ็กเก็ตคลุมทับอีกชั้นก็ได้
3.  ส่วนสาวช่วงอกเล็ก ให้เลือกเสื้อที่มีระบายตรงหน้าอก หรือ แบบจีบรูด ควรเลือกที่มีเนื้อผ้าหนา ไม่ควรเลือกผ้าสแปนเด็กซ์ หรือ ชีฟอง เพราะจะยิ่งทำให้ดูแบนราบยิ่งขึ้น
4.  ส่วนสาวสะโพกใหญ่-ไหล่เล็ก ให้แก้ไขโดยการเลือกสวมเสื้อที่จีบระบาย หรือจีบรูด หรือจะเลือกลายเสื้อแบบที่มีลายทแยงขึ้นเพื่อช่วยหลอกตาให้ดูไหล่กว้างขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าสาวไหล่กว้างกว่าสะโพก ให้เลือกสวมกระโปรงทรงบอลลูน หรือจับจีบให้พองๆ เพื่อให้ดูสมดุลยิ่งขึ้น
  
หญิงเราควรมี 8 สิ่งของแต่งตัวสำคัญที่ควรพึงมี
สูท จะเป็นสีอะไรก็ได้ ไว้สำหรับใส่ออกงานพิธีการ
ชุดเดรสสั้น ไว้ใช้สำหรับใส่ออกงานกลางคืน
ชุดชั้นในครบสี เพื่อจะได้เลือกใส่ให้เหมาะกับเสื้อ
ต่างหู
กระเป๋า-รองเท้า สีต้องเข้าชุดกัน มีทั้งใช้ในงานกลางวัน
กระเป๋า-รองเท้าใช้ใส่ออกงานกลางคืน ต้องทำมาจากผ้าซาติน ส่วนกระเป๋าใบเล็กต้องประดับ         ด้วยเพชรพลอย
นาฬิกา
เชิ้ตเดรส เพราะเป็นชุดที่ใส่ง่ายที่สุดเวลาที่คิดไม่ออกว่าอยากจะแต่งตัวอย่างไร

 เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่าง
              โชคดีของสาวร่างเล็ก เพราะคุณสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้หลากสไตล์ ถ้าต้องการแต่งตัวแบบสวยหรูดูสง่าขาเรียวยาว ก็ให้เลือกกระโปรงทรงตรง ส่วนเสื้อท่อนบนควรมีขนาดพอดีตัว กระโปรงสั้นทำให้สาวร่างเล็กดูเป็นเด็กน้อย ไม่ใช่สาวพราวเสน่ห์อย่างที่หวังไว้ ถ้าชอบชุดมีลวดลายก็ควรมีขนาดพอเหมาะและไม่โดดเด่นจนเกินไป เลือกเข็มขัดเส้นบางๆ สีตัดกับชุด ไม่ถึงกับต้องใช้สีตรงข้ามแบบสุดขั้ว เป็นสีที่พอจะเบรกกันได้จะดูเก๋กว่า เลือกรองเท้าส้นสูงประมาณ 2 นิ้วครึ่ง หรือ 3 นิ้วก็พอ ไม่ต้องสูงมาก ปรับความสมดุลของรูปร่างด้วยชุดเดรสคอวี หรือตกแต่งส่วนตัวเสื้อด้านบน เช่น ปักเลื่อม หรือใช้ผ้าสีสดหรือสีสว่าง โดยเฉพาะผ้าเนื้อมันวาวอย่างผ้าไหม ก็จะช่วยพรางรูปร่างของคุณได้  ถ้าชอบลายอาจเลือกเนื้อผ้าที่มีลวดลายสะดุดตาเล็กน้อย ใส่ตุ้มหูและรองเท้าสีเดียวกันเพื่อช่วยให้ดูกลมกลืน รองเท้าสูง 2 นิ้วครึ่งเหมาะกับรูปร่างแบบนี้และช่วยให้ขาดูเรียวขึ้น กระโปรงทรงเอ เหมาะมากสำหรับการพรางสะโพกให้สาวหุ่นลูกแพร์มาก หรืออาจพรางได้ด้วยการสวมเสื้อกับกระโปรงแยกชิ้นและเสื้อยาวคลุมสะโพก กระโปรงเลยเข่าเล็กน้อยเน้นโทนสีธรรมชาติ เลือกกระโปรงยาวใต้เข่า ผ่าข้างอวดขาเรียวยาว กระโปรงที่สั้นมากๆ จะทำให้ขาดูยาวมากไป สำหรับเนื้อผ้าควรเป็นเนื้อผ้าที่ทิ้งตัวดีและเลือกผ้าสีอ่อน เลือกเข็มขัดเส้นหนาจะช่วยพรางให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น สาวผอมสูงอาจไม่ต้องการความสูงอีกแล้ว แต่อย่าสวมรองเท้าส้นราบติดพื้นในโอกาสพิเศษ ควรหารองเท้าส้นสูงซักเล็กน้อย ช่วยให้สวนเป็นผู้หญิงและช่วยให้เรียวขาน่ามอง

 วิธีการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิวมีดังนี้
 1. ผิวอมชมพู: สีผิวแบบนี้จะส่งผลให้เจ้าของผิวดูเปล่งปลั่ง และดูมีสุขภาพดีกว่าสีผิวอื่นๆ ฉะนั้นเสื้อผ้าที่เลือกใส่ควรเลือกเป็นโทนที่อ่อนๆ สดใสๆ อย่างสีฟ้าอมเขียว สีฟ้าอ่อน โกโก้ สีชมพูอ่อน สีส้ม เป็นต้น เพราะโทนสีเหล่านี้จะช่วยทำให้สีผิวของคุณดูเด่นกว่าคนอื่นๆ
 2. ผิวขาวอมเหลือง: สาวที่มีผิวขาวมากนั้นถือว่าค่อนข้างโชคดี เหมือนสาวผิวอมชมพู เพราะสามารถเลือกโทนสีๆหนๆ มาสวมใส่ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเขียว สีฟ้า สีชมพู เป็นต้น
 ผิวขาวซีด: สีผิวที่ขาวจนเกินไปจนแลดูเหมือนสุขภาพไม่แข็งแรงนัก ควรเลือกสีที่มีโทนค่อนข้างเข็ม หรือหม่นสักเล็กน้อยเพื่อขับสีผิวให้ดูเข้มขึ้นเล็กน้อย เช่น สีแดงเข้ม สีเหลืองอมน้ำตาล สีน้ำตาลไหม้ หรือสีเขียวเข้ม เป็นต้น
 3. ผิวสองสี หรือผิวสีน้ำผึ้ง: สาวผิวสีนี้ค่อนข้างดูเซ็กซี่มีเสน่ห์อยู่ในตัว การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมจึงควร เลือกเสื้อผ้าที่มีสีค่อนข้างอ่อน โดยเฉพาะสีผสมต่างๆ ที่ดูไม่ร้อนแรงหรือเย็นตาจนเกินไป เช่น สีน้ำตาลอมแดง สีเขียวอมฟ้า สีชมพูอมส้ม สีเลือดนก สีชมพูหม่น เป็นต้น
 4. ผิวสีคล้ำ ดำ แทน: ควรเลือกใส่เสื้อผ้าสีโทนกลางๆ ไม่อ่อนจนเกินไปและไม่สดเกินไป หรือเลือกเฉดสีที่ค่อนข้างเข้มก็ดี เช่น สีกรมท่า สีน้ำตาลเข้ม สีฟ้า สีม่วง สีเทา สีเขียวเข้ม เพราะสีเสื้อโทนนี้สามารถทำให้ผิวของคุณ ดูกลมกลืนกับเสื้อผ้า และยังทำให้คุณดูขาวขึ้น กว่าการใส่เสื้อที่มีสีสันสดๆ ด้วยค่ะ

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วิกผมสั้น วิกผมยาวตรง วิกผมลอนใหญ่ วิกผมหน้าม้า สไตล์เกาหลี

วิกผมมาใหม่มีให้เลือก 5  แบบ สำหรับผู้ต้องการเปลี่ยนบุคลิก พร้อมอุปกรณ์ครบชุดค่ะ สนใจแบบไหนสั่งซื้อได้ตามระบบตะกร้าค่ะ  คลิกที่นี่

แบบที่ 1  วิกผมซอยสั้นหน้าม้าปัดสไตล์เกาหลี





แบบที่ 2  วิกผมยาวลอนใหญ่หน้าม้าสไตล์เกาหลี



แบบที่ 3  วิกผมตรงม้วนปลายยาวประบ่าหน้าม้าสไตล์เกาหลี



แบบที่ 4  วิกผมยาวลอนใหญ่แบบครึ่งหัว



แบบที่ 5  วิกผมยาวหน้าม้าปัดสไลด์สไตล์เกาหลี




การแต่งหน้าสไตล์เกาหลี


แต่งหน้าแบบธรรมชาติ (Natural Make-up)  
จุดเด่น ของการแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติ คือ การแต่งหน้าในแบบที่แต่งหน้าแล้วแต่ดูสวยใสราวกับไม่ได้แต่งหน้า ซ้ำยังสามารถปกปิดจุดด้อย และเสริมสร้างจุดเด่นบนใบหน้าให้สวยขึ้นได้อีก สังเกตได้จากสไตล์การแต่งหน้าของ “ชงเฮเคียว” นางเอกจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Full house” และ “ลียองเอ” นางเอกจากเรื่อง “แดจังกึม” ในละครและหนังของเกาหลี จะเห็นได้ว่านางเอกเหล่านี้ไม่ได้แต่งหน้ามาก แต่สามารถออกมาสวยและเป็นธรรมชาติมากๆ 
ข้อควรระวังของการแต่งหน้าสไตล์นี้ คือ การแต่งหน้านั้นไม่ใช่การโชว์สีที่ใบหน้า แต่การแต่งหน้านั้นเพื่อทำให้เราสวยขึ้นและทำให้เราดูเด็กลง

รองพื้น ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดสำหรับการแต่งหน้าสไตล์ไทยและการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือ การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ซึ่งการแต่งหน้าสไตล์ Natural Make-up นั้น การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราลงรองพื้นและเขียนคิ้วเสร็จแล้ว ถือได้ว่าเราแต่งหน้าเสร็จไปแล้ว 70%

การลงรองพื้นให้เลือกตามสีผิวของเราเอง (อย่าลงให้ขาวเว่อร์เกินสีผิวจริง) ต้องลงรองพื้นให้เบาบางที่สุด และใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดแค่ส่วนที่เราอยากจะปกปิดเท่านั้น เช่น สิว ฝ้า กระ รอยจุดด่างดำ แผลเป็น จะทำให้หน้าดูเบาบางกว่าการที่เราจะลงรองพื้นหนาๆ และให้กดเยอะๆ นานๆ เพื่อทำให้เครื่องสำอางอยู่ทนติดหน้าเราได้ทั้งวัน

การเขียนคิ้ว แต่ละคนจะมีรูปคิ้วที่แตกต่างกัน คนเกาหลีนิยมเขียนคิ้วตามรูปคิ้วจริงๆ (จึงมองดูคิ้วหนา) ต่างจากคนไทยที่นิยมเขียนคิ้วแบบคันศร (เป็นเส้นเดียวยาวโค้ง) การเขียนคิ้วควรใช้ดินสอเขียนคิ้ว (Ebony Pencil) สกรูว์บรัช, และ แชโดว์บรัช ในการเขียนคิ้ว เพื่อจะทำให้คิ้วออกมาดูเป็นธรรมชาติ เวลาเขียนคิ้วพยายามอย่าให้โหนกคิ้วสูงจนเกินไป ทำให้รู้สึกนุ่มมากที่สุด

ข้อควรระวัง การใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีส่วนของน้ำมันผสมอยู่ จะทำให้คิ้วดูเข้มและไม่เป็นธรรมชาติ

อายแชโดว์ ควรลงรองพื้นให้เข้ากับโทนสีผิวของตัวเองก่อน หลังลงรองพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้สีชมพูเป็นพอยต์ (Point) เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่สว่างและเพิ่มส่วนที่เป็นไฮไลต์ โดยใช้แชโดว์ที่เป็นมุกจะให้ความรู้สึกที่ดูใส สว่าง ข้อสำคัญสาวเกาหลีจะเขียนขอบตาเฉพาะขอบตาบน

ข้อควรระวัง อย่าใช้สีมากเกินไป เพราะจะทำให้ดูเชย ไม่ทันสมัย ที่สำคัญแลดูไม่เป็นธรรมชาติ หากจะเล่นสีที่ตานิยมใช้โทนสีพาสเทล

ลิปสติก การทาลิปนั้นไม่ต้องเน้นลิปไลน์มาก ควรทาลิปที่เป็นโทนสีแดงทาแค่ในปากเท่านั้น จะทำให้รู้สึกว่าริมฝีปากสว่าง สดใสขึ้น และให้ใช้ลิปกลอสทาตั้งแต่ริมฝีปากข้างในจนถึงข้างนอกให้แลดูเป็นธรรมชาติ

ข้อควรระวัง อย่าทาลิปกลอสในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านการรับประทานอาหารที่มันๆ มา

บลัชออน การปัดแก้มควรใช้บลัชออนสีชมพูที่เป็นธรรมชาติปัดบนส่วนที่เป็นโหนกแก้ม (โดยลองยิ้มดูแล้วปัดตรงส่วนที่นูนขึ้นมามากที่สุด) แต่อย่าทามากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ  
            ถ้าเพื่อนๆ  สนใจ  ครั้งหน้าจะนำวิธีการแต่งหน้าสไตล์เกาหลีแบบ ไปงานปาร์ตี้ (Party Make-up)  มาบอกเพื่อนๆ  อีกนะคะ
ที่มา  : Post Today (8 November 2006)